เงินดิจิตอลคืออะไร และมันทำงานอย่างไร?

29 พ.ย. 2018

เงินดิจิตอลคืออะไร และมันทำงานอย่างไร?

ปัจจุบัน เงินดิจิตอลได้กลายเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกที่ผู้คนส่วนใหญ่ต่างเคยได้ยิน ถึงแม้ว่ามันอาจยังเป็นเรื่องใหม่และผู้คนส่วนใหญ่ยังไม่ค่อยเข้าใจ ธนาคาร รัฐบาล และบริษัทอีกหลายแห่งต่างก็ทราบถึงความสำคัญของสิ่งนี้

ในอนาคตอันใกล้ คุณจะพบกับปัญหาในการหาธนาคารขนาดใหญ่ บริษัทบัญชีขนาดใหญ่ บริษัทซอฟต์แวร์ที่มีชื่อเสียง หรือรัฐบาลที่ไม่เคยใช้เงินดิจิตอลหรือเริ่มต้นโปรเจ็คโดยใช้บล็อคเชน

เงินดิจิตอลคืออะไร

Cryptocurrency หรือเงินดิจิตอลมีความหมายหลายความหมาย นิยามของเงินดิจิตอลสามารถเป็นเงินดิจิตอลที่ถูกสร้างจากโค้ดบนคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้เงินดิจิตอลยังสามารถเป็นสตริงของข้อมูลที่ระบุหน่วยของสกุลเงิน Cryptocurrencies ยังถูกเรียกว่าเงินดิจิตอลอีกด้วย เงินดิจิตอลมีหลายตัว ตัวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ bitcoin ไม่เหมือนกับสกุลเงินทั่วไป เงินดิจิตอลไม่ได้ถูกภายใต้การควบคุมของรัฐใดๆ เงินดิจิตอลจะอยู่ภายใต้การเฝ้าดูผ่านอินเตอร์เน็ตโปรโตคอล P2P

เงินดิจิตอลได้ถูกสร้างขึ้นมาผ่านทางการขุดเหมือง ซึ่งก็คือการเพิ่มบันทึกการทำธุรกรรมไปยังสมุดบัญชีสาธารณะของเงินดิจิตอล การทำธุรกรรมของเงินดิจิตอลจะเกิดขึ้นในทันทีและทราบโดยทั่วกันตลอดทั้งเครือข่าย การทำธุรกรรมจะต้องได้รับการยืนยันเพื่อที่จะเสร็จสิ้น การทำธุรกรรมของเงินดิจิตอลไม่สามารถย้อนกลับหรือแก้ไขได้เมื่อทำการยืนยันแล้ว

เพื่อที่จะเข้าใจเกี่ยวกับเงินดิจิตอลได้อย่างลึกซึ้ง คุณจะต้องทำความเข้าใจกับคุณสมบัติของเงิน การทำธุรกรรม และนวัตกรรม

คุณสมบัติการปฏิวัติของเงินดิจิตอล

เงินดิจิตอลแตกต่างจากสกุลเงินทั่วไปเนื่องจากคุณสมบัติที่ถือเป็นการปฏิวัติครั้งใหม่ ดังที่ได้กล่าวไปแล้ว เงินดิจิตอลไม่มีผู้ที่ทำหน้าที่ควบคุม ซึ่งไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหรือธนาคารกลางที่สามารถสร้างหรือส่งผลต่ออุปสงค์และอุปทานได้ เงินดิจิตอลไม่ได้เป็นเพียงรายการในฐานข้อมูลเหมือนกับเงินแบบทั่วไป ฐานข้อมูลของเงินดิจิตอลไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยผู้หนึ่งผู้ใดที่คุณไม่สามารถมองเห็นได้หรือกฎที่คุณไม่ทราบ

เงินดิจิตอลได้ชื่อมาจากการที่ต้องใช้การเข้ารหัสระดับสูงในการการบำรุงรักษาระบบ ไม่เหมือนกับสกุลเงินทั่วไป เงินดิจิตอลได้รับการรับรองด้วยคณิตศาสตร์ ไม่ใช่จากความเชื่อใจหรือผู้คน

สิ่งนี้ทำให้เงินดิจิตอลเป็นทางเลือกที่ดีจากสกุลเงินปกติ

คุณสมบัติในการถ่ายโอนของเงินดิจิตอล

แบบแผนคุณสมบัติด้านธุรกรรม

ไม่สามารถย้อนกลับได้

การทำธุรกรรมของเงินดิจิตอลไม่สามารถย้อนกลับได้ เมื่อธุรกรรมได้รับการยืนยัน ไม่มีใครสามารถย้อนกลับมันได้ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ ผู้สร้างเงินดิจิตอล หรือผู้ขุดเหรียญ

การรักษาความลับ

เงินดิจิตอลจะไม่มีการระบุชื่อ ซึ่งหมายความว่าบัญชีและการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับเงินดิจิตอลจะไม่มีการเชื่อมโยงไปยังตัวตนของผู้ใช้งาน Bitcoins จะถูกส่งผ่านทางที่อยู่ที่เป็นตัวอักษรแบบสุ่มประมาณ 30 ตัวอักษร ถึงแม้ว่ามันอาจเป็นไปได้ในการประเมินกระแสของการทำธุรกรรมของเงินดิจิตอล แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเชื่อมโยงที่อยู่กับข้อมูลบุคคลของผู้ใช้งานจริง คุณสมบัติข้อนี้ทำให้เงินดิจิตอลมีความโดดเด่นในเรื่องการเก็บรักษาความลับได้

ความเร็ว

ธุรกรรมของเงินดิจิตอลเป็นไปแบบทันที; มันจะได้รับการยืนยันภายในเวลาไม่กี่นาที

ความครอบคลุมทั่วโลก

การทำธุรกรรมของเงินดิจิตอลจะเกิดขึ้นในเครือข่ายของคอมพิวเตอร์ทั่วโลกไม่ว่าผู้ใช้จะอยู่ที่ใดก็ตาม คุณสามารถส่ง / รับเงินได้จากทุกที่

ความปลอดภัยที่เป็นเลิศ

เงินดิจิตอลจะถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัยในระบบที่มีการเข้ารหัส ซึ่งสามารถเข้าถึงได้โดยเจ้าของที่มีคีย์ส่วนตัวเท่านั้น เงินดิจิตอลได้รับการปกป้องโดยการเข้ารหัสอย่างแน่นหนาและตัวเลขที่ไม่สามารถเดาได้

ไม่มีข้อจำกัด

คุณสามารถใช้เงินดิจิตอลได้ตามที่คุณต้องการ คุณไม่จำเป็นต้องขออนุญาตเพื่อที่ใช้ bitcoin คุณสามารถดาวน์โหลดซอฟต์แวร์เงินดิจิตอลได้ฟรี ทำการติดตั้งและเริ่มต้นรับและส่ง bitcoins หรือเงินดิจิตอลตัวอื่นๆ ได้

คุณสมบัติทางการเงินของเงินดิจิตอล

อุปทานที่มีการควบคุม

เงินดิจิตอลมีความน่าสนใจเมื่อเทียบกับสกุลเงินปกติทั่วไปเนื่องจากมีการควบคุมอุปทาน อุปทานของเงินดิจิตอลดังเช่น Bitcoin จะลดลงตามเวลา อุปทานจะถูกควบคุมโดยใช้ตารางเวลาที่ถูกเขียนขึ้นด้วยโค้ด นั่นหมายความว่าอุปทานของเงินดิจิตอลใดๆ ในอนาคตสามารถถูกคาดการณ์ได้ในปัจจุบัน

ไม่มีหนี้

ไม่เหมือนกับสกุลเงินทั่วไป เงินดิจิตอลไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาจากหนี้สิน เงินดิจิตอลเป็นสิ่งที่แทนตัวมันเอง มันมีตัวตนจริงไม่เหมือนกับเงินธนบัตรปกติทั่วไป

เงินดิจิตอลทำงานอย่างไร

การทำธุรกรรมจะถูกส่งระหว่างคู่ของกระเป๋าเงินดิจิตอล ด้วยการจับคู่รหัสสาธารณะที่มีความเกี่ยวข้องกับรหัสส่วนตัวของผู้ใช้ (หรือเรียกว่า กุญแจการเข้ารหัส) การทำธุรกรรมเกิดขึ้นระหว่างผู้ใช้งานและถูกบันทึกไว้ในสมุดบัญชีสาธารณะของการทำธุรกรรมที่เรียกว่า บล็อคเชน ผู้ใช้เงินดิจิตอลตัวเดียวกันจะสามารถเข้าถึงสมุดบัญชีทั่วไปได้ถ้าหากผู้ใช้เลือกทำการดาวน์โหลด node wallet แบบเต็ม (แทนที่จะเก็บเงินของตัวเองไว้ในกระเป๋าเงินหรือกระเป๋าเงินสเมือน เช่น Coinbase) จำนวนเงินของการทำธุรกรรมเปิดเป็นสาธารณะ แต่หมายเลขบัญชีที่ส่งการทำธุรกรรมจะถูกเข้ารหัส การทำธุรกรรมแต่ละครั้งจะมาถึงกระเป๋าเงินดิจิตอล ผู้ที่เป็นเจ้าของรหัสผ่านของกระเป๋าเงินจะมีเงินดิจิตอลตามที่ได้ระบุไว้ในสมุดบัญชีทั่วไป

เมื่อมีคนส่งหรือรับเงินดิจิตอลด้วยการส่งจากกระเป๋าเงินหนึ่งไปอีกที่หนึ่งโดยใช้รหัสผ่านส่วนตัวและสาธารณะ การทำธุรกรรมนั้นจะต้องไปต่อคิวเพื่อที่จะได้ถูกเพิ่มเข้าไปยังสมุดบัญชีทั่วไป การทำธุรกรรมหลายรายการจะถูกเพิ่มเข้าไปยังสมุดบัญชีพร้อมกัน "บล็อค" ของการทำธุรกรรมเหล่านี้จะถูกเพิ่มตามลำดับ นี่คือเหตุผลว่าเพราะเหตุใดสมุดบัญชีและเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังจึงถูกเรียกว่า "บล็อคเชน" มันคือ "โซ่" ของ "บล็อค" การทำธุรกรรม

ประวัติของเงินดิจิตอล

ประวัติของเงินดิจิตอลนั้นสั้นมาก แน่นอน มันเคยมีระบบเงินดิจิตอลก่อนหน้าที่เงินดิจิตอลนี้จะเกิดขึ้นมา เงินดิจิตอลเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้จะมีศูนย์กลาง ในขณะที่เงินดิจิตอลรูปแบบใหม่ๆ เช่น จะไม่มีศูนย์กลาง

ในปัจจุบันสิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับเงินดิจิตอลคือ เงินดิจิตอลนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาอย่างตั้งใจเหมือนกับที่เป็นที่รู้จักในปัจจุบัน จริงๆ แล้วมันเริ่มต้นด้วยการเป็น Bitcoin โดย Satoshi Nakamoto เป้าหมายของ Nakamoto เริ่มแรกคือการสร้างระบบกล่องแบบ peer-to-peer เมื่อนานมาแล้วผู้คนต่างได้ลองสร้างระบบเงินออนไลน์ขึ้นมา แต่มันล้มเหลวเรื่อยมาเนื่องจากปัญหาด้านการเป็นศูนย์กลาง

Satoshi Nakamoto ทราบดีกว่า การพยายามสร้างระบบเงินออนไลน์แบบมีศูนย์กลางขึ้นมาอีกครั้งจะส่งผลทำให้เกิดข้อบกพร่องที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเขาจึงสร้างระบบเงินดิจิตอลที่ไม่ต้องมีการอนุมัติจากศูนย์กลาง และนั่นคือการเกิดขึ้นมาของ Bitcoin Satoshi Nakamoto ได้คิดค้น Bitcoin ขึ้นมา เงินดิจิตอลแบบกระจายจากศูนย์กลางตัวแรกที่ไม่ต้องมีรัฐบาลกลางหรือผู้ควบคุมดูแล Bitcoin นั้นถูกสร้างขึ้นมาถูกเป็นเจ้าของโดยสังคม Bitcoin

Nakamoto สร้าง Bitcoin ขึ้นมาในปี 2008 และมูลค่าของมันได้เติบโตขึ้นมาได้แบบไม่ต้องสงสัย ในช่วงแรกมันมีค่ามากกว่าเหรียญเพนนีเพียงเล็กน้อย อย่างไรก็ตามมูลค่าของมันได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา มันได้เพิ่มขึ้นสู่ระดับที่ยิ่งใหญ่ เมื่อไม่นานมานี้ราคาได้เคลื่อนตัวลง แต่ราคาของมันยังคงถือว่าอยู่ในระดับสูง

ย้อนกลับมาที่การสร้าง Bitcoin ปัญหาที่น่ากังวลที่พบโดย Nakamoto นั้นคือการหยุดการจ่ายเงินซ้อนกันสองครั้ง ซึ่งผู้ที่เป็นเจ้าของได้จ่ายเงินจำนวนเดียวกันซ้ำสองครั้ง การควบคุมจำนวนเงินดิจิตอลในโลกดิจิตอลเคยถูกควบคุมโดยผู้มีอำนาจจากส่วนกลาง ดังนั้งสกุลเงินดิจิตอลตัวก่อนหน้านี้จึงต้องพึ่งพาศูนย์กลาง Nakamoto ได้พบวิธีการสร้างเงินดิจิตอลที่ไม่ต้องพึ่งพาอำนาจจากส่วนกลางนี้ ในระบบเงินดิจิตอลแบบกระจายตัวจากศูนย์กลาง ผู้ใช้งานแต่ละรายจะต้องเห็นพ้องกับยอดเงินคงเหลือและการทำธุรกรรมของแต่ละบัญชี เพื่อให้ระบบทั้งหมดสามารถทำงานได้

อย่างไรก็ตาม Nakamoto สามารถสร้างระบบของเงินดิจิตอลขึ้นมาได้ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับควมเห็นชอบจากทุกคน และถ้าหากมีข้อขัดแย้งเกิดขึ้นในกลุ่ม ทุกอย่างจะจบลง สิ่งนี้อาจดูซับซ้อนและเกือบเป็นไปไม่ได้ที่จะปฏิบัติ แต่ Nakamoto และการประดิษฐ์คิดค้น Bitcoin ได้พิสูจน์แล้วว่าระบบอีกแบบหนึ่งนั้นสามารถทำได้ Bitcoin และเงินดิจิตอลตัวอื่นๆ สามารถแสดงให้เห็นแล้วว่า ไม่จำเป็นต้องมีผู้ควบคุมจากศูนย์กลางในการควบคุมการใช้จ่ายและแสดงยอดเงินคงเหลือของบัญชี ถ้าหากทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมเห็นพ้องต้องกัน

ดังที่เราได้กล่าวไป ประวัติของเงินดิจิตอลนั้นไม่ยาว แต่มันดูน่าสนใจแน่นอน ในปัจจุบันเงินดิจิตอล เช่น Bitcoin ได้แสดงถึงมูลค่าและความสามารถในการนำมาใช้งานได้จริง มีธนาคาร บริษัทด้านการลงทุน องค์กรเชิงพาณิชย์ หรือแม้แต่ผู้ค้าปลีกจำนวนมากที่ได้เริ่มต้นยอมรับเงินดิจิตอลนี้ในรูปแบบของสกุลเงินและการจ่ายเงิน

เงินดิจิตอลที่เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป

สกุลเงินดิจิตอลที่ได้รับความนิยม

ตั้งแต่ที่ Nakamoto ได้เปิดตัวนวัตกรรมของเขาขึ้นมา มีเงินดิจิตอลอีกจำนวนมากที่ใช้ระบบกระจายตัวจากศูนย์กลางได้ถูกเปิดตัวขึ้นมา จำนวนเงินดิจิตอลที่มีอยู่นั้นมีมากกว่า 1700 ตัว และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คุณสามารถสร้างเงินดิจิตอลตัวใหม่ขึ้นได้ทุกเวลา เงินดิจิตอลบางตัวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดและมีค่ามากที่สุดในปัจจุบัน:

  • บิตคอยน์: เงินดิจิตอลที่เป็นจุดเริ่มต้น ในปัจจุบันมันคือเงินดิจิตอลตัวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตลาด ถึงแม้ว่าสถานะทางด้านกฎหมายอาจเปลี่ยนแปลงตามแต่ละประเทศ
  • Ethereum: เหรียญที่สามารถตั้งโปรแกรมได้ที่ใช้รากฐานจากสิ่งที่ Turing ได้ก่อตั้งขึ้นมา มันช่วยให้นักพัฒนาสามารถสร้างแอพพลิเคชั่นในการใช้งานต่างๆ รวมไปถึงเทคโนโลยีที่ไม่สามารถใช้ได้กับ Bitcoin
  • Bitcoin Cash: สาขาของ Bitcoin จุดเริ่มต้นนั้นอาจไม่นาน แต่มูลค่าของมันได้เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก และในตอนนี้มันได้กลายเป็นหนึ่งในเงินดิจิตอลหลัก 5 ตัว ในด้านมูลค่าตามราคาตลาด
  • Bitcoin Gold: โปรเจ็คที่มีรากฐานมาจาก Bitcoin แต่ใช้อัลกอริทึ่มในการเข้ารหัสแบบอื่น ส่วนอื่นๆ ได้เป็นไปตามพื้นฐานของ Bitcoin
  • Litecoin: เงินดิจิตอลที่ได้ถูกสร้างขึ้นภายใต้ความตั้งใจคือการให้เป็น 'digital silver' เมื่อเทียบกับ 'digital gold' ของ Bitcoin มันคือสาขาหนึ่งของ Bitcoin แต่สามารถสร้างบล็อกได้รวดเร็วกว่า 4 เท่า และมีขีดจำกัดจำนวนเหรียญที่มากกว่า 4 เท่า (8M)
  • Ripple: ไม่เหมือนกับเงินดิจิตอลเกือบทั้งหมด มันไม่ได้ใช้บล็อกเชนเพื่อที่จะขอความเห็นพ้องต้องงกันจากเครือข่ายสำหรับการทำธุรกรรม แต่ได้มีการใช้วิธีการคำนวณซ้ำๆ ซึ่งทำให้มันรวดเร็วกว่า Bitcoin แต่ก็บอบบางต่อการโจมตีจากแฮ็คเกอร์
  • Dash: เครือข่ายแบบสองชั้น ชั้นแรกคือผู้ขุดเหมือง ซึ่งเป็นผู้ที่ทำให้เครือข่ายปลอดภัยและบันทึกการทำธุรกรรม ส่วนขั้นที่สองคือมาสเตอร์โนดที่ส่งการทำธุรกรรมและเปิดการใช้งานประเภทการทำธุรกรรม InstantSend และ PrivateSend สิ่งแรกคือมันรวดเร็วกว่า Bitcoin มา และสิ่งที่สองคือมันไม่มีการระบุชื่อ
  • BXP Chip Coin: เงินดิจิตอลเม็กซิกันตัวแรก คุณสามารถใช้และลงทุนหรือพนันกับพัฒนาการของเงินตัวนี้นับตั้งแต่ปีนี้

คุณสามารถทำอะไรกับเงินดิจิตอลได้บ้าง?

เงินดิจิตอลสามารถนำมาใช้กับธุรกิจและเชิงพาณิชย์ได้ คุณสามารถนำมาใช้ดังต่อไปนี้ได้:

  • คุณสามารถซื้อสินค้าได้

คุณสามารถใช้เงินดิจิตอลสำหรับการจ่ายเงินทางออนไลน์และออฟไลน์ คุณสามารถใช้เงินดิจิตอลในการจ่ายค่าสินค้าต่างๆ: โรงแรม ตั๋วเครื่องบิน เครื่องประดับ แอพพลิเคชั่น อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เป็นต้น เหมือนกับการทำธุรกรรมทางออนไลน์อื่นๆ

  • คุณสามารถลงทุน

ในปัจจุบันเงินดิจิตอลเหล่านี้ถือว่าเป็นโอกาสในการลงทุนที่น่าสนใจที่สุด ผู้คนจำนวนมากต่างใช้โอกาสนี้และทำการลงทุนแบบไม่ลังเล มีหลายคนที่สามารถเป็นเศรษฐีจากการลงทุนในเงินดิจิตอลนี้

  • ชำระเงินเชิงพาณิชย์

คุณสามารถยอมรับเงินดิจิตอลสำหรับการชำระเงิน เช่น รับเงินสด คุณสามารถถอนเงินสด Coin ATM Radar สามารถใช้ได้กับตู้ ATM กว่า 1,800 แห่งใน 58 ประเทศ

ตลาดเงินดิจิตอลในเม็กซิโกมีขนาดใหญ่ที่สุดในลาตินอเมริกา ตลาดซื้อขายและบริษัทจำนวนมากต่างใช้ Bitcoin และเงินดิจิตอลตัวอื่นๆ ในปัจจุบันธุรกิจหลากหลายประเภทได้ยอมรับเงินดิจิตอลเป็นวิธีการในการชำระเงิน และการเป็นเจ้าของสินทรัพย์เหล่านี้สามารถทำได้แม้ในร้านสะดวกซื้อ เช่น Seven Eleven

วิธีการเป็นเจ้าของเงินดิจิตอล

การเทรดสกุลเงินดิจิตอล

วิธีการที่นิยมมากที่สุดสำหรับการเป็นเจ้าของเงินดิจิตอลสามารถแบ่งได้ดังนี้: ซื้อเงินดิจิตอลด้วยเงินต่างๆ, รับเงินดิจิตอลเป็นค่าสินค้าและบริการ, สร้างเงินดิจิตอลผ่านการขุดหรือการแลกเปลี่ยน

การซื้อ

เมื่อคุณซื้อหรือขายเงินดิจิตอล แปลว่าคุณซื้อสินทรัพย์นั้นๆ เช่นเดียวกับการลงทุนใดๆ คุณจะต้องซื้อและขายผ่านแพลตฟอร์มซื้อขาย ซึ่งคุณจะต้องสร้างบัญชีและเก็บเงินดิจิตอลไว้ในกระเป๋าสตางค์ของคุณเอง คุณจะต้องวางมูลค่าของสินทรัพย์เพื่อเปิดโพซิชั่น

สำหรับการซื้อและขายเงินดิจิตอลนั้น คุณจะต้องเข้าไปยังแพลตฟอร์มซื้อขาย ถ้าหากคุณยังไม่คุ้นเคยกับวิธีการทำงานของเงินดิจิตอล นั่นหมายความว่าความรู้เกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ยังมีไม่เพียงพอ: คุณจะต้องทำความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องข้อมูล

คุณจะต้องการบัญชีของคุณเพื่อทำการเทรดบนแพลตฟอร์มซื้อขาย บัญชีซื้อขายเหล่านี้สามารถเป็น:

สร้างได้ช้า: การสร้างบัญชีจะใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน เนื่องจากคุณจะต้องเข้าคิวรอการอนุมัติ

การใช้งานที่จำกัด: ในฐานะเจ้าของบัญชีใหม่ คุณจะสามารถฝากเงินไม่กี่ร้อยดอลลาร์ต่อสัปดาห์ได้เท่านั้น

ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่สูง: การฝากเงินและถอนเงินจะมีค่าคอมมิชชั่น และตลาดซื้อขายส่วนใหญ่จะรับการโอนเงินทางธนาคารเท่านั้น ซึ่งอาจใช้เวลาหลายวัน

นอกจากนี้ถ้าหากปราศจากโครงสร้างพื้นฐานที่ได้มีการสะสมกิจกรรมทางการค้ามาเป็นเวลาหลายปี บริษัทใหม่ๆ เหล่านี้สามารถล้มได้จากปัญาเกี่ยวกับการให้บริการลูกค้าโดยตรง

การเทรด

เมื่อทำการเทรด CFD’s (สัญญาสำหรับส่วนต่าง) คุณกำลังเก็งกำไรว่าตลาดที่คุณเลือกจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นหรือลดลง ราคาจะแสดงเป็นหน่วยเงินแบบเดิม และคุณจะไม่ได้เป็นเจ้าของในตัวเงินดิจิตอลจริงๆ

CFD เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีเลเวอเรจที่ให้คุณสามารถเปิดโพซิชั่นได้ด้วยเงินที่คิดเป็นสัดส่วนเพียงเล็กน้อยของมูลค่าที่ทำการเทรด หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งได้ว่า คุณจะสามารถใช้ประโยชน์จากตลาดการเงินได้มากกว่าเงินทุนของคุณที่มีอยู่ แต่อย่าลืมว่าสิ่งนี้สามารถเพิ่มผลกำไรของคุณได้และมันก็สามารถส่งผลเดียวกันกับการขาดทุนของคุณได้เช่นกัน

นอกจากนี้เนื่องจากมันไม่จำเป็นที่จะต้องดีลกับตลาด คุณจะพร้อมทำการซื้อขายได้ภายในระยะเวลาที่น้อยกว่า

ที่ Libertex คุณสามารถเริ่มต้นทำการเทรดได้ภายในเวลาไม่เกิน 5 นาที ด้วยการส่งคำขอทางออนไลน์และแบบฟอร์มการตรวจสอบยืนยันของเรา ด้วยการเทรดเงินดิจิตอล คุณจะไม่สามารถเข้าถึงตลาดที่อ้างอิงได้โดยตรง: เราจะดำเนินการในตลาดในนามของคุณ นั่นหมายความว่า คุณจะไม่ต้องสร้างและจัดการบัญชีซื้อขาย

การขุด

การขุดเหรียญเงินดิจิตอลคือกระบวนการของการทำธุรกรรมในระบบเงินดิจิตอล ในกรณีของ Bitcoin บันทึกการทำธุรกรรมปัจจุบันที่เรียกว่าบล็อคจะถูกเพิ่มเข้าไปยังบันทึกการทำธุรกรรมในอดีตที่เรียกว่าบล็อคเชน

บล็อคเชนมีการทำงานอย่างไร? เมื่อมีการทำธุรกรรมแบบ point-to-point เกิดขึ้น การทำธุรกรรมนั้นจะถูกส่งไปยังผู้ใช้งานทั้งหมดด้วยกระเป๋าแบบ "full node" ผู้ใช้งานจำนวนหนึ่งที่เรียกว่าผู้ทำเหมืองจะพยายามแก้ปริศนาการเข้ารหัสโดยใช้ซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้พวกเขาเพิ่ม "บล็อค" ของการทำธุรกรรมไปยังสมุดบัญชีทั่วไป ผู้ที่สามารถแก้ปริศนาได้ก่อนจะได้รับเหรียญ "ที่พึ่งขุดได้ใหม่" เป็นรางวัล บางครั้งผู้ขุดเหรียญมีการรวมพลังการคำนวณและแชร์เหรียญใหม่ การทำเช่นนี้เรียกว่า "mining pool" หรือ "mining pool" อัลกอริทึ่มจะเป็นไปตามมติ ถ้าผู้ใช้งานส่วนใหญ่พยายามแก้ปริศนาส่งข้อมูลธุรกรรมเดียวกัน มันจะได้รับการยืนยันว่า ธุรกรรมนั้นถูกต้อง

เงินดิจิตอลถูกกำหนดโดยบันทึกของธุรกรรมทางดิจิตอลที่เริ่มต้นด้วยการสร้าง บล็อคคือการทดสอบแฮชที่เข้ารหัส ซึ่งถูกสร้างขึ้นในกระบวนการคำนวณ ผู้ขุดเหรียญใช้ซอฟต์แวร์ที่สามารถใช้การประมวลผลในการแก้อัลกอริทึ่มที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมได้ พวกเขาจะได้รับเหรียญตอบแทนต่อบล็อคที่ทำได้ บล็อคเชนพยายามหลีกเลี่ยนการทำซ้ำเงินดิจิตอล มิเช่นนั้นแล้วมันอาจเหมือนกับการคัดลอกและวาง

ในช่วงเริ่มแรกการขุดเหรียญเงินดิจิตอลได้เกิดขึ้นบน CPUs ของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีจำนวนแกนที่มากกว่าและรวดเร็วกว่า ซึ่งส่งผลให้ได้ผลกำไรที่ดีกว่า หลังจากนั้นระบบได้ถูกครอบงำโดยระบบการ์ดกราฟฟิก แล้วจึงเป็น programmable gate arrays (FPGA) และเป็น application integrated circuits (ASICs) เพื่อพยายามที่จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่มากกว่าโดยใช้พลังงานไฟฟ้าที่น้อยกว่า

เนื่องจากการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่ต้องการจะขุดเหรียญสามารถทำได้ยากยิ่งขึ้น ความยากที่สามารถปรับได้นี้คือกลไกที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อหลีกเลี่ยงเงินเฟ้อ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานี้ ผู้คนมักจะทำงานกันเป็นกลุ่มโดยทำ "mining pool"

Bitcoin เริ่มต้นขึ้นโดยบุคคลและองค์กรผู้ขุดเหรียญขนาดเล็ก ในช่วงเวลานั้นผู้ที่เริ่มต้นใหม่สามารถเริ่มต้นได้ด้วยระบบเครื่องเกมส์ประสิทธิภาพสูงเพียงตัวเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ตามในปัจจุบันบริษัทผู้ขุดเหรียญอาจใช้เงินหลายพันเหรียญในการซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์พิเศษที่มีประสิทธิภาพสูง ในโลกของมัลแวร์ หนึ่งในอันตรายที่เกิดขึ้นคือการแอบขุดเหรียญแบบเงียบๆ โดยบอท บนเครื่องของผู้ใช้โดยที่ผู้ใช้งานไม่ทราบ และเงินได้ถูกจ่ายให้กับเจ้าของบอทเหล่านี้

บทสรุป: ข้อดีและข้อด้อย

เราได้รวบรวมข้อดีและข้อด้อยต่างๆ เกี่ยวกับวิธีการในการเป็นเจ้าของเงินดิจิตอลไว้ในตารางด้านล่างนี้ โปรดทราบว่าเงินดิจิตอลทุกตัวมีความเสี่ยง

 ข้อดีข้อเสีย
การซื้อคุณเป็นเจ้าของเงินดิจิตอล
คุณสามารถใช้เงินดิจิตอลซื้อสินค้าหรือบริการ
คุณต้องจ่ายเงินทั้งหมด
มีข้อจำกัดในการฝากเงิน
คุณจะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการถอนเงินและการโอนเงิน
การเทรด คุณสามารถใช้เงินดิจิตอลซื้อสินค้าหรือชำระค่าบริการ
คุณไม่ต้องจ่ายภาษีกำไร
คุณสามารถเริ่มลงทุนได้ทันทีโดยไม่ต้องเปิดบัญชีเพิ่มเติม
ไม่มีค่าธรรมเนียมในการฝากหรือถอนเงิน
ไม่จำกัดจำนวนเงินฝาก
คุณไม่ได้เป็นเจ้าของเงินดิจิตอล
สูญเสียการควบคุมเงินลงทุนได้ง่าย
การขุด คุณเป็นเจ้าของเงินดิจิตอล
เงินทุนเพียงอย่างเดียวที่คุณต้องใช้คือการซื้ออุปกรณ์
การแข่งขัน Harsh
จำกัดจำนวนการขุดบิตคอยน์
บิตคอยน์ส่วนใหญ่ถูกขุดค้นแล้ว
ค่าไฟฟ้าและฮาร์ดแวร์
คุณต้องใช้เวลาค่อนข้างนานกว่าจะได้รับเงิน

ข้อพิจารณาสุดท้าย

อนาคตเหมือนในหนังสือนิยานั้นกำลังมาถึงแล้ว! เงินดิจิตอล ซึ่งไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐใดๆ สามารถนำมาใช้ในการชำระเงินได้และเป็นเครื่องมือในการสร้างความมั่งคั่งให้กับหลายองค์และผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตที่คิดไปข้างหน้า

มีข้อดีในการลงทุนในเงินดิจิตอล: ตลาดเงินดิจิตอลยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และนักลงทุนหลายคนกำลังมองไปที่อนาคตเพื่อที่จะซื้อเงินดิจิตอลตัวหลักที่มีอยู่

ข้อมูลข้างต้นนี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการลงทุน ข้อมูลนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นความรู้ทั่วไปเท่านั้น คุณจะต้องทำการศึกษาด้วยตัวเองก่อนที่จะซื้อเงินดิจิตอล

ย้อนกลับ